เกมพื้นบ้านไทย: ภูมิปัญญาการเรียนรู้ที่ลืมไม่ได้สำหรับการพัฒนาทักษะกลไกในเด็กยุคใหม่
ศิริเชษฐ์ พูลทิพายานนท์ Ph.D.
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
sirichet@g.swu.ac.th
เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้เริ่มจากเทคนิค แต่เริ่มจาก "การมีชีวิตอยู่ในเกม"
ในโลกของพลศึกษาและวิทยาศาสตร์การกีฬา เรามักคุ้นเคยกับคำถามที่ว่า "จะสอนทักษะอย่างไรให้ถูกต้อง?" หรือ "จะฝึกอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด?" คำถามเหล่านี้ดูเหมือนจะพาเราไปสู่คำตอบที่เป็นแบบแผน เทคนิค และโปรโตคอล แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีงานวิจัยด้านเกมพื้นบ้านและทฤษฎีการเคลื่อนไหวของมนุษย์กลับตั้งคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า: มนุษย์เรียนรู้การเคลื่อนไหวได้อย่างไร เมื่อเขาต้องตัดสินใจ มีปฏิสัมพันธ์ และดำรงอยู่ในสถานการณ์จริง?
บทความนี้จะนำเสนอมุมมองใหม่ต่อการใช้เกมพื้นบ้านไทยในการพัฒนาทักษะกลไก (fundamental motor skills) ของเด็กอนุบาลและประถมศึกษา ผ่านเลนส์ของวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่ โดยเฉพาะแนวคิด ecological dynamics และ constraints-led approach ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในวงการพลศึกษาระดับโลก
เกมพื้นบ้าน: ระบบการเรียนรู้แบบองค์รวมที่มาก่อนทฤษฎี
งานวิจัยของ Lavega-Burgués และคณะ (1) เกี่ยวกับเกม Marro360° ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เกมพื้นบ้านไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางกาย แต่เป็น "ระบบการเรียนรู้ของมนุษย์" (multimodal learning system) ที่ผสานสามมิติสำคัญเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่:
1. มิติการตัดสินใจ (decisional dimension) - การคิดวิเคราะห์และเลือกกลยุทธ์
2. มิติความสัมพันธ์ (relational dimension) - การทำงานร่วมกับผู้อื่นและการแข่งขัน
3. มิติทางด้านกายภาพ (organic dimension) - การใช้ความพยายามทางกายอย่างมีจุดมุ่งหมาย
การค้นพบนี้สอดคล้องกับแนวคิด ecological dynamics ที่เสนอโดย Renshaw และคณะ (2) ว่า ทักษะกลไกไม่ได้ถูก "ถ่ายทอด" แบบตายตัว แต่ "เกิดขึ้น" (emerge) จากปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล งาน และสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า perception-action coupling
หากเรามองย้อนกลับไปที่เกมพื้นบ้านไทย ไม่ว่าจะเป็น:
• มอญซ่อนผ้า - เกมที่ฝึกการรับรู้ การคาดการณ์ และการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
• รีรีข้าวสาร - เกมกระโดดเชือกที่พัฒนาจังหวะ การประสานสัมพันธ์ และความทนทาน
• งูกินหาง - เกมที่เสริมสร้างการเคลื่อนที่เป็นกลุ่ม การหลบหลีก และการป้องกัน
• วิ่งเปี้ยว - เกมที่ต้องปรับความเร็ว ระยะ และกำลังตลอดเวลา
• หมากเก็บ - เกมที่พัฒนาความคล่องแคล่วของมือและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
เราจะพบว่า เกมเหล่านี้ไม่เคยถูกออกแบบจากตำราวิทยาศาสตร์การกีฬา แต่กลับมีโครงสร้างที่สอดคล้องอย่างน่าประหลาดกับแนวคิดสมัยใหม่ เช่น constraints-led approach และ nonlinear pedagogy (3)
จากการ "ลอกแบบ" สู่การ "ค้นพบ": การเรียนรู้ทักษะกลไกในเด็กยุคใหม่
ข้อจำกัดของการสอนแบบดั้งเดิม
ในกรอบคิดดั้งเดิมของการสอนพลศึกษา ทักษะกลไกมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้อง "ถ่ายทอด" ตามลำดับ:
1. ครูสาธิตท่าทาง
2. นักเรียนเลียนแบบ
3. แก้ไขข้อผิดพลาด
4. ฝึกซ้ำจนชำนาญ
แนวทางนี้อาจทำงานได้ในบางสถานการณ์ แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือ ไม่ได้เตรียมเด็กให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในสถานการณ์จริง เพราะในชีวิตจริง เด็กต้องปรับการเคลื่อนไหวตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (4)
Constraints-Led Approach: กรอบคิดใหม่สำหรับการสอนพลศึกษา
Constraints-led approach (CLA) ที่พัฒนาโดย Newell และคณะ (5) เสนอว่า การเรียนรู้ทักษะกลไกเกิดจากปฏิสัมพันธ์ของข้อจำกัด (constraints) สามประเภท:
1. ข้อจำกัดของผู้เรียน (Individual constraints)
- อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก
- ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น
- ประสบการณ์เดิม แรงจูงใจ
2. ข้อจำกัดของงาน (Task constraints)
- กฎกติกา
- อุปกรณ์ (ขนาด น้ำหนัก)
- เป้าหมายของกิจกรรม
3. ข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม (Environmental constraints)
- พื้นที่
- อากาศ
- บุคคลอื่นในเกม
เกมพื้นบ้านไทยคือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของ CLA เพราะข้อจำกัดในเกมเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับเด็กโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องอาศัยทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์
เกมพื้นบ้านไทยกับการพัฒนาทักษะกลไกพื้นฐาน
ทักษะการเคลื่อนที่ (Locomotor Skills)
ทักษะการเคลื่อนที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทางกาย งานวิจัยของ Akbari และคณะ (6) พบว่า เกมพื้นบ้านช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนที่ในเด็กอายุ 7-9 ปีได้อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
เกมพื้นบ้านไทยที่พัฒนาทักษะการเคลื่อนที่:
1. รีรีข้าวสาร (กระโดดเชือก)
- ทักษะ: กระโดด ขย่ม กระโดดข้าง
- การพัฒนา: จังหวะ การทรงตัว ความทนทาน
- การปรับเปลี่ยน: เพิ่มความเร็วของเชือก เปลี่ยนรูปแบบการกระโดด
2. วิ่งเปี้ยว (วิ่งไล่จับ)
- ทักษะ: วิ่ง หยุด เปลี่ยนทิศทาง
- การพัฒนา: ความคล่องตัว ความเร็ว การตัดสินใจเฉพาะหน้า
- การปรับเปลี่ยน: ขนาดพื้นที่ จำนวนผู้เล่น กฎพิเศษ
3. กระต่ายขาเดียว (Kratai Khadeaw)
- ทักษะ: กระโดดขาเดียว การทรงตัว การหลบหลีก
- การพัฒนา: แกนกลางลำตัว สมาธิ การวางแผน
- การปรับเปลี่ยน: ขนาดพื้นที่ จุดพักขาสลับ
ทักษะการควบคุมวัตถุ (Object Control Skills)
การควบคุมวัตถุเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับกีฬาส่วนใหญ่ งานวิจัยพบว่า เกมพื้นบ้านพัฒนาทักษะนี้ได้ดีกว่ากิจกรรมทั่วไป (6)
เกมพื้นบ้านไทยที่พัฒนาทักษะการควบคุมวัตถุ:
1. หมากเก็บ (Mak Kep)
- ทักษะ: โยน จับ หยิบ
- การพัฒนา: ความแม่นยำ การประสานมือกับตา timing
- หลักการ CLA: เพิ่มจำนวนก้อนหิน เปลี่ยนขนาดวัตถุ
2. ลูกข่าง (Luk Khang)
- ทักษะ: การบิดม้วนเชือก การปล่อย
- การพัฒนา: ความแม่นยำของนิ้วมือ การประมาณแรง
- หลักการ CLA: ใช้ลูกข่างขนาดต่างกัน แข่งขันหมุนนาน/ไกล
3. เล่นสะบ้า (Len Saba)
- ทักษะ: การโยนไกล การจับ การคาดการณ์วิถี
- การพัฒนา: แรงของแขน สายตา การทำงานเป็นทีม
- หลักการ CLA: ปรับระยะทาง เปลี่ยนขนาดลูกบอล
ทักษะการทรงตัว (Stability Skills)
ทักษะการทรงตัวเป็นรากฐานสำคัญที่มักถูกมองข้าม แต่เกมพื้นบ้านไทยให้ความสำคัญกับทักษะนี้มาก
เกมพื้นบ้านไทยที่พัฒนาทักษะการทรงตัว:
1. เดินกะลา (Dern Kala)
- ทักษะ: ทรงตัวบนกะลา การเดินแบบมีอุปสรรค
- การพัฒนา: proprioception การควบคุมแกนกลาง การแก้ปัญหา
- การปรับเปลี่ยน: ความสูงของกะลา ความชันของพื้น มีอุปสรรค
2. ตังเต (Tang Te - กระโดดเก้าช่อง)
- ทักษะ: กระโดดขาเดียว ทรงตัวหยุด
- การพัฒนา: ความแข็งแรงของขา สมาธิ การนับเลข
- การปรับเปลี่ยน: รูปแบบช่อง ระยะระหว่างช่อง
การประยุกต์ใช้เกมพื้นบ้านในการสอนพลศึกษา: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ
หลักการออกแบบบทเรียนแบบ Constraints-Led Approach
การนำเกมพื้นบ้านมาใช้ในการสอนพลศึกษาไม่ใช่แค่การเล่นเกมตามกติกาเดิม แต่ต้องมีการ ออกแบบข้อจำกัดอย่างมีเจตนา (intentional constraint manipulation) เพื่อให้เหมาะสมกับระดับพัฒนาการของเด็ก (7)
1. การปรับข้อจำกัดของงาน (Task Constraint Manipulation)
หมายเหตุ: การปรับข้อจำกัดนี้สอดคล้องกับหลักการ "representative learning design" ที่เน้นให้สถานการณ์ฝึกใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด (8)
2. การปรับข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม (Environmental Constraint Manipulation)
ตัวอย่าง: การสอนวิ่งเปี้ยว
• พื้นที่: เริ่มจากพื้นที่เล็ก → ขยายใหญ่ขึ้นเมื่อทักษะดีขึ้น
• พื้นผิว: หญ้าเรียบ → พื้นมีเนิน → พื้นมีอุปสรรค
• สภาพอากาศ: ฝึกในเวลาต่างกัน เพื่อให้คุ้นเคยกับความหลากหลาย
3. การปรับข้อจำกัดของผู้เรียน (Individual Constraint Awareness)
ครูต้อง ไม่บังคับให้ทุกคนทำเหมือนกัน แต่ให้เด็กค้นหาวิธีการของตัวเองภายในข้อจำกัด ตัวอย่างเช่น:
• ในเกมรีรีข้าวสาร เด็กที่สูงกับเตี้ยอาจกระโดดด้วยวิธีต่างกัน และนั่นคือสิ่งที่ดี
• ในเกมหมากเก็บ เด็กอาจใช้มือซ้ายหรือขวา หรือสลับมือ ตามที่สบาย
• ความหลากหลายทางการเคลื่อนไหว (movement variability) นี้เป็นสิ่งที่พึงประสงค์ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแก้ไข (9)
กรณีศึกษา: โปรแกรมเกมพื้นบ้าน 12 สัปดาห์
โครงการนำร่องที่โรงเรียนเกษมพิทยา กรุงเทพมหานคร (10) นำเกมพื้นบ้าน 6 เกม มาสอนเด็กอนุบาล 170 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า:
เกมที่ใช้:
- มอญซ่อนผ้า
- รีรีข้าวสาร
- เดินกะลา
- วิ่งเปี้ยว
- หมากเก็บ
- ตังเต
ผลลัพธ์:
• เด็กมีความเข้าใจภาษา คณิตศาสตร์ และความสัมพันธ์ดีขึ้น
• แสดงความเข้าใจและเคารพกฎกติกาได้ดี
• สนุกกับกิจกรรมและมีส่วนร่วมสูง
• ผู้ปกครองและครูพอใจมาก
Marro 360°: มากกว่าแค่ทักษะกลไก
การวิจัยของ Lavega-Burgués และคณะ (11) เกี่ยวกับเกม Marro แสดงให้เห็นว่า เกมพื้นบ้านพัฒนา "สมรรถนะ 360 องศา" ที่ครอบคลุม:
1. มิติการตัดสินใจ (Decisional Dimension)
เด็กเรียนรู้ที่จะ:
• ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทน
• เลือกกลยุทธ์ตามสถานการณ์
• ปรับแผนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
• คาดการณ์การกระทำของคนอื่น
ตัวอย่าง: ในเกมงูกินหาง หัวหน้างูต้องตัดสินใจว่าจะวิ่งไปทางไหน เร็วแค่ไหน เพื่อปกป้องหางโดยไม่ทำให้งูขาด
2. มิติความสัมพันธ์ (Relational Dimension)
เด็กพัฒนา:
• ทักษะการทำงานร่วมกัน (cooperation)
• การแข่งขันอย่างมีน้ำใจ (positive opposition)
• การสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด (non-verbal communication)
• ความเข้าใจบทบาทที่แตกต่างกัน
ตัวอย่าง: ในเกมมอญซ่อนผ้า เด็กที่เป็น "มอญ" ต้องเข้าใจว่าตนกำลังแข่งขันกับทุกคน แต่ไม่ได้เป็นศัตรู เมื่อเปลี่ยนบทบาทก็ต้องปรับความรู้สึกทันที
3. มิติกายภาพ (Organic/Energetic Dimension)
เด็กเรียนรู้:
• การจัดการความพยายาม (effort management)
• การเร่งและลดความเร็ว (acceleration and deceleration)
• การรับรู้ความเหนื่อยของตัวเอง (self-monitoring)
• การพักผ่อนและการกลับมาเล่นใหม่
ตัวอย่าง: ในเกมวิ่งเปี้ยว เด็กที่เป็นผี ต้องเรียนรู้ว่าไม่ต้องวิ่งเร็วสุดกำลังตลอดเวลา แต่ต้องเก็บแรงไว้สำหรับช่วงที่มีโอกาสจับได้
การประเมินผลและการติดตาม
เครื่องมือประเมินทักษะกลไก
สำหรับการประเมินทักษะกลไกในเด็ก แนะนำให้ใช้ Test of Gross Motor Development-3 (TGMD-3) ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานสากลที่ประเมิน:
1. Locomotor Skills (6 ทักษะ)
- วิ่ง (Run)
- กระโดดสลับเท้า (Gallop)
- กระโดดข้าง (Hop)
- ขย่ม (Leap)
- กระโดดตรง (Horizontal Jump)
- กระโดดสลับข้าง (Slide)
2. Object Control Skills (7 ทักษะ)
- เตะบอล (Two-hand Strike)
- เด้งบอล (Stationary Dribble)
- จับบอล (Catch)
- เตะ (Kick)
- การโยนเหนือศีรษะ (Overhand Throw)
- การโยนลูกบอลจากล่างขึ้นบน (Underhand Throw)
การสังเกตแบบ Ecological
นอกจากการประเมินทักษะแยกส่วน ครูควรสังเกต:
1. Adaptability - เด็กปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่ได้ดีแค่ไหน
2. Creativity - เด็กคิดวิธีการใหม่ๆ ได้หรือไม่
3. Decision-making - เด็กตัดสินใจเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่
4. Social interaction - เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนอย่างไร
ข้อเสนอแนะสำหรับครูพลศึกษา
1. เปลี่ยนมุมมองจาก "การสอน" เป็น "การออกแบบสภาพแวดล้อม"
ครูไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่าง แต่ควร:
• ออกแบบเกมที่ท้าทายแต่เป็นไปได้
• ให้เด็กค้นพบวิธีการของตัวเอง
• ถามคำถามที่กระตุ้นการคิด เช่น "ถ้าเปลี่ยนกฎนี้ จะเกิดอะไรขึ้น?"
2. ยอมรับและเฉลิมฉลอง "ความหลากหลาย"
ไม่ต้องบังคับให้ทุกคนทำเหมือนกัน:
• เด็กแต่ละคนมีวิธีการที่เหมาะกับตัวเอง
• ความแตกต่างทางกายภาพเป็นเรื่องปกติและดี
• ให้โอกาสเด็กทดลองหลายๆ วิธี
3. เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและชุมชน
เกมพื้นบ้านเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย:
• เชิญผู้ใหญ่ในชุมชนมาสอนเกมพื้นบ้าน
• เล่าเรื่องราวและประวัติของเกม
• เชื่อมโยงกับวันสำคัญทางวัฒนธรรม
4. บันทึกและแบ่งปัน
สร้างชุมชนครูพลศึกษา:
• บันทึกวิดีโอการเล่นเกม
• แบ่งปันการปรับเปลี่ยนเกมที่ประสบความสำเร็จ
• เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือบล็อก
เกมพื้นบ้านไม่ใช่อดีต แต่คืออนาคตของพลศึกษา
เมื่อเรานำกรอบคิดของ ecological dynamics และ constraints-led approach มาวางคู่กับเกมพื้นบ้านไทย เราจะเห็นว่า สิ่งที่เรามองว่า "พื้นบ้าน" อาจเป็นต้นแบบของการเรียนรู้เชิงระบบ ที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่มากที่สุด
พลศึกษาในอนาคตอาจไม่ใช่การสอนทักษะให้เหมือนกันทุกคน แต่เป็นการออกแบบสถานการณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน:
• ค้นพบการเคลื่อนไหวของตนเอง
• เข้าใจผู้อื่นและทำงานร่วมกัน
• เติบโตในฐานะมนุษย์ที่สมบูรณ์
และในมุมนี้ เกมพื้นบ้านไทยไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรม แต่คือปรัชญาการเรียนรู้ที่มีชีวิต ที่เราควรอนุรักษ์ พัฒนา และส่งต่อให้เด็กรุ่นต่อไปในรูปแบบที่เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ถ้าสมัยนี้ เด็กไทยหลายคนอาจจะยังไม่เคยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเกมพื้นบ้านไทย ด้วยซ้ำ อันนี้น่าเศร้าใจจริงๆ
เอกสารอ้างอิง
1. Lavega-Burgués P, Luchoro-Parrilla RA, Serna J, Salas-Santandreu C, Aires-Araujo P, Rodríguez-Arregi R, et al. Enhancing multimodal learning through traditional sporting games: Marro360°. Front Psychol. 2020;11:1384.
2. Renshaw I, Davids K, Savelsbergh G, editors. Motor learning in practice: A constraints-led approach. London: Routledge; 2010.
3. Chow JY, Davids K, Button C, Renshaw I. Nonlinear pedagogy in skill acquisition: An introduction. London: Routledge; 2015.
4. Davids K, Button C, Bennett S. Dynamics of skill acquisition: A constraints-led approach. Champaign, IL: Human Kinetics; 2008.
5. Newell KM. Constraints on the development of coordination. In: Wade MG, Whiting HTA, editors. Motor development in children: Aspects of coordination and control. Dordrecht: Martinus Nijhoff; 1986. p. 341-60.
6. Akbari H, Abdoli B, Shafizadeh M, Khalaji H, Hajihosseini S, Ziaee V. The effect of traditional games in fundamental motor skill development in 7-9 year old boys. Iran J Pediatr. 2009;19(2):123-9.
7. Pinder RA, Davids K, Renshaw I, Araújo D. Representative learning design and functionality of research and practice in sport. J Sport Exerc Psychol. 2011;33(1):146-55.
8. Araújo D, Davids K, Passos P. Ecological validity, representative design, and correspondence between experimental task constraints and behavioral setting: Comment on Rogers, Kadar, and Costall (2005). Ecol Psychol. 2007;19(1):69-78.
9. Hristovski R, Davids K, Araújo D, Button C. How boxers decide to punch a target: Emergent behaviour in nonlinear dynamical movement systems. J Sports Sci Med. 2006;5(CSSI):60-73.
10. UNESCO Bangkok. Traditional sports and games: Towards teaching a living heritage. Bangkok: UNESCO; 2008.
11. Lavega-Burgués P, Alonso JI, Etxebeste J, Lagardera F, March J. Relationship between traditional games and the intensity of emotions experienced by participants. Res Q Exerc Sport. 2014;85(4):457-67.
คำสำคัญ: เกมพื้นบ้านไทย, ทักษะกลไก, constraints-led approach, ecological dynamics, พลศึกษา, เด็กประถมศึกษา, การพัฒนาทักษะกีฬา


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น